mormon.org ทั่วโลก
ผู้คนของเรา
ค่านิยมของเรา
ความเชื่อของเรา
เยี่ยมชมเรา
FAQ
.

เราจะพัฒนาความปรองดองในบ้านของเราได้อย่างไร

  • ความปรองดองเริ่มต้นจากตนเอง แล้วกระจายออกไปสู่หลาย ๆ คน จนไปสู่กลุ่มในที่สุด การหาเวลาและอุทิศเวลาส่วนตัวเพื่อใคร่ครวญ พินิจพิจารณาถึงสิ่งที่เราปรารถนามากที่สุดสำหรับตัวเราเองและครอบครัวของเรา-ก่อให้เกิดความปรองดองภายในบ้าน การทุ่มเทเช่นนี้ให้ความช่วยเหลือและมุมมองที่เป็นประโยชน์ในช่วงเวลาแห่งการท้าทาย บ้านต้องมีกฎ หากสื่อสารอย่างชัดเจนและบริหารด้วยความยุติธรรมอย่างสม่ำเสมอ ครอบครัวจะเป็นสถานที่คุ้มภัยจากอิทธิพลที่ไม่พึงประสงค์ภายนอก พ่อของผมมีคุณธรรมที่หายากอย่างหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องรับมือกับวิกฤติ คือแทนที่ท่านจะยืนกรานเกี่ยวกับความคิดส่วนตัวหรือความคิดเห็นก่อนหน้านี้ ท่านจะคำนึงถึงผู้อื่นก่อน เมื่อผมพยายามทำเช่นนี้โดยเอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมสามารถรับมือกับสถานการณ์อย่างไม่มีอคติได้มากยิ่งกว่าเดิมและเพื่อสิ่งที่ดีกว่าสำหรับครอบครัว-แทนที่จะคิดถึงแต่ตัวเองหรือคอยดูถูกดูแคลน การให้เวลาส่วนตัวและความมั่นใจเชิงบวกจากพ่อแม่สู่ลูกส่งเสริมให้เกิดความเคารพตนเองและความเข้าใจว่าตัวเขามีความสำคัญ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาวการณ์ครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาผมพบว่าการการประชุมสภาส่วนบุคคลและสภาครอบครัวกับลูก ๆ สำคัญมากต่อการสื่อสารและความผาสุกโดยทั่วไป นับเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากเป็นพิเศษในระดับส่วนบุคคล รูปแบบของสภาครอบครัวควรมีความเห็นพ้องต้องกันว่าสมาชิกแต่ละคนสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อกังวลของตนโดยปราศจากโทษ ความปรองดองอาจไม่ส่งผลโดยทันทีแต่หากทำกระบวนการนี้ซ้ำเรื่อย ๆ และให้ความสำคัญอย่างจริงจังครอบครัวจะเริ่มสื่อสารกัน และในไม่ช้าสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมด้วยความรักและสันติสุขกว่าเดิมจะเกิดขึ้น แสดงเพิ่มเติม

  • แต่ละคืนดิฉันจะย่องเข้าไปในห้องลูก ๆ ห่มผ้าให้พวกเขาและกระซิบว่า “ราตรีสวัสดิ์” ดิฉันจำได้ว่าคืนหนึ่งดิฉันรู้สึกอึ้งที่เห็นลูกสาวคนโตเติบโตขึ้นมากเลย ดิฉันเริ่มคิดว่าเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วและดิฉันยังอยากสอนเธออีกมาก คืนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตดิฉัน เจตคติของดิฉันที่มีต่อเธอกับลูก ๆ อีกสองคนเปลี่ยนไปเพราะดิฉันตระหนักว่าทุก ๆ วันเป็นโอกาสที่จะรักพวกเขา สอนและเรียนรู้จากพวกเขา ความซาบซึ้งใจที่ดิฉันรู้สึกจากการได้เป็นแม่ของพวกเขาในเวลานี้และตลอดกาล ทำให้ดิฉันทนวันที่หนักหนาสาหัสที่สุดได้ แสดงเพิ่มเติม

  • การสวดอ้อนวอนเป็นครอบครัวและการศึกษาพระคัมภีร์ในครอบครัวเป็นประจำช่วยให้บ้านของเรามีความกลมเกลียวกันมากขึ้น ดูเหมือนว่าเมื่อเราทำสองสิ่งนี้อย่างซื่อสัตย์ เราเพิ่มพูนความอดทนและความรักแก่ลูก ของเรา และพวกเขามีความเมตตากรุณาและรักกันมากขึ้นกว่าเดิมมาก การรับประทานอาหารเย็นเป็นครอบครัวช่วยให้เราพัฒนาความสามัคคีภายในบ้าน การที่มีโอกาสพูดคุยและฟังกันขณะรับประทานอาหารเย็นทำให้พวกเราใกล้ชิดกันมากขึ้นและที่แน่ ๆ คือพัฒนาวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปิดกว้างภายในบ้านของเรา ท้ายที่สุด การหาวิธีใช้เวลาด้วยกันอย่างสนุกสนานเป็นครอบครัว การเล่นเกมกระดานที่บ้านหรือสนุกสนานกับกิจกรรมกลางแจ้งได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการทำให้บ้านของเราเป็นสถานที่แห่งความสามัคคีมากขึ้น แสดงเพิ่มเติม

  • การสวดอ้อนวอนเป็นครอบครัวทุุกวันและจัดสังสรรค์ในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมาก แสดงเพิ่มเติม

  • ดิฉันชื่นชมข้อความต่อไปนี้จาก ครอบครัว: ถ้อยแถลงต่อโลก ‘การแต่งงานและครอบครัวที่ประสบความสำเร็จได้รับการสร้างขึ้นและคงไว้บนหลักธรรมแห่งศรัทธา การสวดอ้อนวอน การกลับใจ การให้อภัย ความเคารพ ความรัก ความเห็นอกเห็นใจ การทำงาน และกิจกรรมนันทนาการที่ดีงาม’ การเป็นผู้ปกครองกระตุ้นให้ดิฉันพยายามเป็นคนดีขึ้น เพราะรู้ว่าลูก ๆ เฝ้ามองดูอยู่ทุกย่างก้าว ดิฉันจึงมีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตตามสิ่งที่เชื่ออย่างเคร่งครัด การมีลูกมักจะเพิ่มระดับเสียงในบ้านจนถึงระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมาด้วยเสียงครวญคราง กรีดร้อง และตะโกน อย่างไรก็ตาม การแบ่งเวลาทุกวันเพื่อสวดอ้อนวอน อ่านพระคัมภีร์เป็นครอบครัว และไปโบสถ์เป็นครอบครัวในแต่ละสัปดาห์ช่วยรื้อฟื้นสันติสุขในบ้านของเรา แสดงเพิ่มเติม

  • เล่น! ครอบครัวดิฉันขยันทำงานมากตั้งแต่เด็กแต่เล่นมากยิ่งกว่า เราจะมีการผจญภัยบ่อยๆ เท่าที่ทำได้ และดิฉันคิดว่าการทำเช่นนั้นช่วยให้เราทุกคนสนิทกันมากขึ้น เวลาเราเล่นด้วยกัน เราเรียนรู้บทเรียนล้ำค่ามากมายเกี่ยวกับตัวเราและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ดิฉันจะถนอมบทเรียนเหล่านั้นไว้เสมอ ดิฉันกับสามีวางแผนว่าจะทำอย่างเดียวกันนี้กับลูกๆ ของเรา แสดงเพิ่มเติม

ไม่พบผลการค้นหา