mormon.org ทั่วโลก
ผู้คนของเรา
ค่านิยมของเรา
ความเชื่อของเรา
เยี่ยมชมเรา
FAQ
.

ท่านกำลังทำอะไรเพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวท่านและทำให้ครอบครัวประสบความสำเร็จ

  • แม้จะมีสิ่งล่อใจให้ทุ่มตัวไปกับอาชีพศิลปิน แต่ดิฉันก็ตัดสินใจพร้อมกับสามีว่าจะอยู่บ้านเป็นคุณแม่ ดิฉันแน่ใจว่าการตัดสินใจนี้ทำให้อาจารย์บางคนผิดหวังเพราะตั้งความหวังไว้สูงให้ดิฉันมีอาชีพที่ประสบความสำเร็จและเรียกร้องสูงทันทีที่เรียนจบ อย่างไรก็ดีเราตัดสินใจเช่นนี้เพราะเราอยู่ในสภาวะที่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ และเราจะไม่มีวันตัดสินแม่ที่ทำงาน หรือแม่ตัวคนเดียวที่ต้องทำงานนอกบ้าน การตัดสินใจครั้งนั้นเหมาะสมกับสภาวะครอบครัวของเรา ดิฉันเลือกที่จะพักอาชีพศิลปินไปก่อนจนกว่าลูก ๆ จะโตกว่านี้ หรือไม่ก็สร้างสรรค์ผลงานให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังเด็กมาก หลังจาก 19 ปีของการเลี้ยงดูลูก ดิฉันรู้สึกดีกับการตัดสินใจครั้งนั้น ไม่เพียงเพราะดิฉันได้อยู่กับพวกเขาในทุกเสี้ยววินาที ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ยอดเยี่ยมหรือท้าทาย แต่เมื่อช่วงเวลาเหล่านั้นผ่านพ้นไปแล้วคุณไม่สามารถนำมันกลับคืนมาได้ และเวลา 19 ปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดิฉันไม่เคยรู้สึกเสียใจกับการติดใจเป็นแม่อยู่บ้านกับลูก ๆ ดิฉันไม่เคยรู้สึกถูกบังคับให้ทำ นั่นคือการตัดสินใจของดิฉันเอง ขณะที่โลกนี้อาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนั้น และเคารพในสติปัญญาของดิฉันน้อยลง แต่ก็ดูไม่เกี่ยวข้องกันเมื่อคนเป็นแม่เห็นว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อ “ตัวเอง” อยู่ดี แต่ทำเพื่อ “ลูก” และเพื่อบ่มเพาะเลี้ยงดูความคิดและหัวใจดวงน้อย ๆ ของพวกเขาให้เป็นคนพึ่งพาตนเองได้ ปรับตัวได้ดี มีความสามารถและมีน้ำใจ เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และเป็นคนดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นลูกที่รู้สึกถึงความรักอยู่เสมอ มั่นใจในความรู้ที่ว่าพวกเขาเป็นใคร เป็นลูกของพระผู้เป็นเจ้า พร้อมกับความรู้ถึงความสมบูรณ์ของพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ลูก 3 ใน 4 คนเป็นวัยรุ่น ดิฉันเห็นแล้วว่าการตัดสินใจเป็นแม่อยู่ที่บ้านให้ประโยชน์กับพวกเขาและตัวดิฉันเองมากเพียงใด สัมพันธภาพของเราใกล้ชิดและเหนียวแน่น และดิฉันก็ได้เห็นว่าพวกเขากำลังเป็นคนแบบใด พวกเขาไม่ได้เป็นพียงคนดีที่มีมาตรฐานสูงและมีความรับผิดชอบ แต่พวกเขากำลังโตพอที่จะเป็นเพื่อนที่ดีให้ดิฉันอีกด้วย เหนือสิ่งอื่นใดความสมบูรณ์ของพระกิตติคุณมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ครอบครัวสร้างสายใจที่มีความหมายอย่างแท้จริง ที่ความรักจะไม่หยุดลง แม้มีช่วงเวลายากลำบาก พวกเราได้รับคำแนะนำให้สวดอ้อนวอนด้วยกัน สวดให้กันและกัน รับใช้กัน และรักอย่างไม่มีเงื่อนไข ต่างจากสถานการณ์อื่น ๆ ตรงที่บิดามารดามีสิทธิ์ได้รับคำตอบจากคำสวดอ้อนวอนที่เกี่ยวกับการดูแลรับผิดชอบอันศักดิ์สิทธิ์ต่อลูก ๆ ของเรา เราได้รับคำแนะนำให้มีพระบิดาบนสวรรค์เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเลี้ยงดูบุตรธิดา ซึ่งทำให้เบาใจได้มากทีเดียว ในฐานะมารดา ดิฉันได้รับคำตอบมากมายจากการสวดอ้อนวอนเกี่ยวกับลูก ๆ และความต้องการทางวิญญาณของพวกเขา แม้กระทั่งเพื่อให้รู้ว่าเมื่อใดลูกอาจตกอยู่ในอันตรายทางวิญญาณ ดิฉันซาบซึ้งต่อพลังแห่งการสวดอ้อนวอน เพราะนั่นหมายความว่าพระผู้เป็นเจ้ามีจริงและความสมบูรณ์ของพระกิตติคุณในยุคสุดท้ายนี้จริง ดิฉันเห็นพระหัตถ์ของพระองค์อยู่เหนือรายละเอียดของชีวิตดิฉันทุกวัน ดิฉันสามารถปรึกษาพระบิดาบนสวรรค์ของดิฉันว่าจะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดไปกับการรับใช้ครอบครัวดิฉันเองได้อย่างไร นอกจากนี้การสวดอ้อนวอนยังช่วยให้ดิฉันเอาชนะช่วงเวลาที่ท้อแท้ เนื่องจากบ่อยครั้งธรรมชาติของชีวิตครอบครัวมักจะมีความท้อแท้ & ความยากลำบาก และบางครั้งก็ปะทะความต้องการกัน การสร้างรูปแบบครอบครัวบนพื้นฐานของความรักของพระเยซูคริสต์ช่วยให้ดิฉันจดจำว่าพวกเขาเป็นลูกของพระผู้เป็นเจ้า การนิ่งคิดและกล่าวคำสวดอ้อนวอนในช่วงเวลาแห่งความท้อแท้เหล่านั้นช่วยให้สมองของดิฉันปลอดโปร่งและกล่าวว่า “พระผู้ช่วยให้รอดจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร” หรือไม่ก็ “ขอทรงโปรดมอบความเข้มแข็งให้ด้วยเถิด” ซึ่งกันดิฉันไม่ให้ใช้อารมณ์และช่วยให้ดิฉันรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นอย่างมีเหตุผลและรักษาศักดิ์ศรีของทุก ๆ คน ท้ายที่สุดการนำหลักธรรมแห่งการสวดอ้อนวอนและศึกษาพระคัมภีร์มาปฎิบัติทุกวัน การทูลขอความช่วยเหลือจากพระบิดาบนสวรรค์เรื่องกิจกรรมประจำวันในการสวดอ้อนวอนทั้งเป็นการส่วนตัวและเป็นครอบครัว การสร้างเวลาที่มีความหมายด้วยกันซึ่งมักจะลงเอยเป็นช่วงเวลาที่ไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระบิดาบนสวรรค์ทรงออกแบบมาเพื่อให้ครอบครัวเข้มแข็ง แสดงเพิ่มเติม

  • ดิฉันมีความสุขกับครอบครัวของดิฉัน เป็นระยะเวลาอันยาวนานที่ดิฉันไม่ได้ตระหนักว่าครอบครัวสำคัญมากเพียงใด นั่นเป็นเพราะดิฉันเอง…ที่ถือตนเองเป็นศูนย์กลางทุกกระเบียดนิ้ว แต่ดิฉันรู้ว่าครอบครัวเป็นสมบัติล้ำค่าของดิฉัน! ดิฉันเคารพเวลาและพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขา และชอบช่วยเหลือพวกเขาเมื่อพวกเขาต้องการกำลังใจ ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญเหลือเกิน! การได้เห็นส่วนหนึ่งของดิฉันในตัวพวกเขาช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ! แสดงเพิ่มเติม

  • ดิฉันและสามีเขียนพันธกิจของครอบครัวในวันครบรอบการแต่งงานของเราเมื่อหลายปีมาแล้ว วิธีนี้ช่วยให้เรากำหนดแผนการสิ่งที่เราต้องการให้ครอบครัวเราเป็นในเวลานี้และในอนาคต เราก้าวทีละก้าวและพบพลังจากเรื่องพื้นฐานอย่างเช่น การสวดอ้อนวอนและการอ่านพระคัมภีร์กับครอบครัวเป็นประจำ เราไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์และเรารับส่วนศีลระลึก เราอธิบายให้ลูกฟังว่าเหตุใดศีลระลึกและโบสถ์จึงสำคัญสำหรับเรา นอกจากนี้ เรายังพยายามที่จะมีคืนของครอบครัวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งศาสนจักรมอรมอนเรียกว่าการสังสรรค์ในครอบครัว แต่ละสัปดาห์ดิฉันหรือสามีจะสอนบทเรียนสั้นๆ เกี่ยวกับพระกิตติคุณ แล้วมักจะตามด้วยเกม บางครั้งเรารู้สึกว่าลูกๆ ไม่ตั้งใจฟัง แต่ต่อมาพวกเขาจะพูดถึงบางสิ่งจากบทเรียน เราจึงได้ทราบว่าเวลานั้นพวกเขาฟังอยู่จริงๆ เหนือสิ่งอื่นใด เราพยายามเป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อลูกๆ เห็นเราช่วยเหลือผู้อื่น พวกเขาก็จะอยากช่วยเหลือกัน – ลูกเลียนแบบพ่อแม่เสมอ นอกจากการสังสรรค์ในครอบครัว เรายังมี “ภาคบริหาร” เป็นครั้งคราวเช่นกัน ซึ่งดิฉันกับสามีจะพูดถึงความจำเป็นของครอบครัว (การเงิน การศึกษา สุขภาพร่างกาย สุขภาพทางวิญญาณ เป็นต้น) บางครั้งสิ่งต่างๆ ดูเหมือนน่าหนักใจ แต่เราพยายามค้นหาหนทางที่เราจะเดินไปยังจุดที่เราต้องการ ในการประชุมบริหารเหล่านี้เรายังทบทวนเป้าหมายของเราในอดีตด้วย และพูดถึงสิ่งที่เราทำอยู่ในเวลานี้และสิ่งที่เราจะทำให้ดีขึ้นได้ นี่คืองานที่ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ แสดงเพิ่มเติม

  • ทุก ๆ วันจันทร์เราจะมีคืนของครอบครัวซึ่งเป็นคืนโปรดของสัปดาห์สำหรับลูกสาว เราจะร้องเพลงด้วยกัน สวดอ้อนวอนด้วยกัน จากนั้นเราจะสอนบทเรียนสั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่นบทเรียนเกี่ยวกับการแบ่งปัน หรือการรับใช้ หรือไม่ก็การสวดอ้อนวอน จากนั้นเราจะเล่นเกมสนุก ๆ ด้วยกันแล้วก็มีอาหารว่าง เราจะตั้งตาคอยคืนของครอบครัวซึ่งช่วยให้เรามีความสงบบ้างในบ้านที่มักจะสับสนอลเวง แสดงเพิ่มเติม

  • ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุดของดิฉัน…เมื่อบางครั้งชีวิตวุ่นวายเป็นตัวกำหนดตารางเวลาของเรา ดิฉันพบว่าตนเองปกป้อง “เวลาว่าง” อย่างแข็งขันกว่าเดิม เราพยายามให้ความสำคัญกับการออกห่างนิดหน่อยจากเรื่องทางโลก เช่น…เพิกเฉยต่อโทรศัพท์ ปิดโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ และมีเวลาดีๆ ที่เรียบง่ายกับครอบครัวบ้าง เมื่อตารางเวลาของเราเริ่มวุ่นวาย ลูกๆ มักจะขอร้องว่า “เราจัดคืน “เฉพาะครอบครัว” กันได้ไหม?” โดยปกติแล้วไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่มีเกม ข้าวโพดคั่ว ก่อไฟในหลุมไฟ…อะไรก็ได้ที่ทำร่วมกัน!!! แสดงเพิ่มเติม

  • เราจัดเวลาที่ครอบครัวสามารถทำอะไรด้วยกัน เราคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ประจำวันในชีวิตและเราสนทนาพระกิตติคุณกัน แสดงเพิ่มเติม

  • ดิฉันกับสามีสวดอ้อนวอนด้วยกันทุกเช้าค่ำ และเราสวดอ้อนวอนแยกกันเป็นส่วนตัวของเราเอง เราศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกันและศึกษาแยกกันด้วย นอกจากนั้น เรากันช่วงค่ำวันหนึ่งไว้ทุกสัปดาห์ตามที่ได้รับการกระตุ้นจากศาสนจักร ซึ่งได้แก่วันจันทร์ และโดยที่รู้ว่าวันจันทร์จะเป็นวันที่แย่ได้ขนาดไหนในบางครั้ง จึงสมควรแล้วที่วันจันทร์จะเป็นเวลา “สังสรรค์ในครอบครัว” ของเรา เราร้องเพลงสวดด้วยกัน วางแผนประจำสัปดาห์ แบ่งปันข้อคิดทางวิญญาณ และจากนั้นจึงทำกิจกรรมร่วมกัน เราให้ความสุขของกันและกันมาก่อนความสุขของเราเอง เราสื่อสารและเราดำเนินชีวิตสุดความสามารถของเรา โดยไม่นึกถึงแต่ตนเอง อย่างที่พระคริสต์ทรงสอนเรา แสดงเพิ่มเติม

ไม่พบผลการค้นหา