mormon.org ทั่วโลก
ผู้คนของเรา
ค่านิยมของเรา
ความเชื่อของเรา
เยี่ยมชมเรา
FAQ
.
อนุพงค์: ครอบครัว, สายสกุล, Chaiwong, อนุพงค์, family, Anupong, มอรมอน.

สวัสดี ฉัน อนุพงค์

เกี่ยวกับฉัน

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจในเรื่องของพระผู้เป็นเจ้า และปราถนาให้ครอบครัว และคนอื่น ๆ ได้รู้จักกับพระองค์ซึ่งเป็นพระเจ้าที่แท้จริงและมีความสัมพันธ์กับเราในฐานะเป็นบิดาของทุกจิตวิญญาณที่มารับร่างกายบนโลกนี้---และพระเยซูคริสต์พระบุตรหัวปีของพระองค์, พระผู้ไถ่, พระผู้ช่วยให้รอด, พระเยโฮวาห์(แห่งพันธสัญญาเดิม), พี่ชายของทุกจิตวิญญาณ...---และพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ที่พระบิดาทรงใช้มาเพื่อการชี้นำทาง, สั่งสอน, ตักเตือน, ปลอบประโลม,...ทุก ๆ จิตวิญญาณซึ่งเป็นลูกของพระองค์.

เหตุใดฉันจึงเป็นมอรมอน

เพราะผม - รู้ว่ามีพระบิดาผู้สถิตนิรันดร์พระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งและยังทรงพระชนม์อยู่---พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรหัวปีของพระองค์ พระผู้ไถ่และพระผู้ช่วยให้รอดของทุก ๆ จิตวิญญาณผู้เป็นลูกของพระบิดาบนสวรรค์---พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ที่พระองค์ทรงส่งมาเพื่อยืนยันความจริงของสิ่งเหล่านี้แก่ลูกหลานมนุษย์ - รู้ว่าการชดใช้ของพระเยซูคริสต์สามารถช่วยเหลือผู้ที่ปรารถนาจะทิ้งบาป และปรารถนามีชีวิตที่สะอาดบริสุทธิ์มากขึ้น - รู้ว่าศาสนจักรนี้เป็นของพระเจ้าที่แท้จริง และพระองค์ทรงฟื้นฟูศาสนจักรนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งผ่านศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ และปัจจุบันพระองค์ยังทรงนำศาสนจักรนี้ด้วยพระองค์เอง โดยผ่านเครื่องมือในพระหัตถ์ของพระองค์ศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตอยู่และผู้รับใช้ที่พระองค์ทรงเรียก - รู้ว่าพระคัมภีร์มอรมอนเป็นพยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งคู่กับพระคัมภีร์ไบเบิล ที่จะยืนยันความเป็นพระเจ้าของพระองค์ และความจริงต่าง ๆ ที่มาจากพระองค์ - รู้ว่ามีอำนาจของฐานะปุโรหิตในศาสนจักรนี้ ที่จะดำเนินงานและพิธีการของพระองค์บนโลกนี้ โดยผ่านแผนงานของพระองค์มนุษย์สามารถได้รับการยืนยันความจริงของสิ่งเหล่านี้ โดยผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ที่พระองค์ทรงส่งมา

เรื่องราวส่วนตัว

เหตุใดชาวมอรมอนจึงทำประวัติครอบครัวหรืองานลำดับสืบเชื้อสาย

คนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่และยังคงได้รับการสอนพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ในโลกแห่งวิญญาณ (คพ.138: 32-33) แต่พวกเขาไม่มีร่างกายสำหรับรับพิธีการที่จำเป็นสำหรับความรอดและความสูงส่ง จึงเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่มีชีวิตอยู่ที่จะค้นหารายชื่อของบรรพชนหล่านั้น และทำพิธีการแทนพวกเขาในพระวิหาร มีความแตกต่างมากมายของผู้คนบนโลกนี้ ส่วนใหญ่มีผลมาจากวัฒนธรรมและแบบอย่างที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ดังที่ประธานกอร์ดอน บี ฮิงค์ลี เคยกล่าวว่า "...ร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ ล้วนเป็นมรดกที่มาจากบรรพบุรุษ...". ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ กล่าวว่า "งานนี้จำกัดให้เฉพาะคนเป็นแก้ไขความยุ่งยากอันเกิดแก่ครอบครัวบนแผ่นดินโลกเท่านั้นหรือ แน่นอนว่าไม่ งานนี้ใหญ่กว่านั้นมาก เอลียาห์! ท่านจะทำอะไรถ้าท่านอยู่ที่นี่ ท่านจะจำกัดงานของท่านให้คนเป็นเท่านั้นหรือ เปล่าเลยข้าพเจ้าอยากให้ท่านดูในพระคัมภีร์ซึ่งบอกเรื่องนี้ไว้ชัดเจน นั่นคือหากไม่มีพวกเรา พวกเขาจะถูกทำให้ดีพร้อมไม่ได้ และเราจะดีพร้อมไม่ได้หากไม่มีพวกเขา บรรพบุรุษดีพร้อมไม่ได้หากไม่มีลูกหลาน และลูกหลานดีพร้อมไม่ได้หากไม่มีบรรพบุรุษ [ดู ฮีบรู 11:40]"(จากหนังสือ คำสอนของประธานศาสนจักร โจเซฟ สมิธ หน้า 336). "...เพราะความรอดของพวกเขาจำเป็นและสำคัญต่อความรอดของพวกเรา, ดังที่เปาโลกล่าวเกี่ยวกับบรรพบุรุษ---ว่าพวกเขาโดยไม่มีเราพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมไม่ได้---ทั้งเราโดยไม่มีคนตายของเราพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมก็ไม่ได้." [ดู คพ.128:15] .

อะไรช่วยให้เกิดความปรองดองมากขึ้นในบ้านของคุณ

ในความเป็นมนุษย์ที่มาอยู่ในสภาพที่ตก และต้องเผชิญกับการล่อลวงของซาตาน จึงเป็นเรื่องยากที่มนุษย์โดยลำพังจะเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ด้วยตัวของพวกเขาเอง...ผมรู้ว่าเราจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากสวรรค์ จากพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงและยังทรงพระชนม์อยู่ แต่การจะได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์จำเป็นต้องทำตามวิถีทางของพระองค์ พระองค์ทรงวางวิธีไว้เพื่อที่เราจะได้รับการช่วยเหลือ วิธีเหล่านั้นเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อที่เราจะได้รู้จักกับพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริง และที่จะเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์บัญชา เงื่อนไขนี้เป็นประโยชน์โดยตรงต่อมนุษย์ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหลังความตาย...ความปรองดองจะเกิดมากขึ้นในบ้านเมื่อเรากำลังเดินอยู่ในวิถีทางของพระองค์ พระองค์ทรงบัญชาให้เราทำที่บ้านในการสวดอ้อนวอนเป็นครอบครัว, ไตร่ตรองพระคัมภีร์, สังสรรค์ครอบครัว สอนและแบ่งปันหลักธรรมแก่สมาชิกในครอบครัว, พาครอบครัวไปโบสถ์ในวันอาทิตย์เพื่อรับส่วนศีลระลึกและร่วมในชั้นเรียน, พาครอบครัวไปพระวิหารและแน่วแน่ที่จะรักษาพันธสัญญาที่ได้ทำไว้, ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับพระบัญญัติของพระองค์...

เหตุใดชาวมอรมอนจึงทำงานเผยแผ่ศาสนา

- เพราะเรารู้จักแผนและจุดประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ว่าเรามาอยู่บนโลกนี้ทำไม ก่อนหน้านี้เราอยู่ที่ใหน และหลังจากชีวิตนี้เราจะไปที่ใหน และจะเป็นอย่างไรหลังจากชีวิตนี้ - เพราะเรารู้ว่าพระบิดาบนสวรรค์เป็นพระผู้เป็นสร้างและมีอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง เป็นบิดาของทุกจิตวิญญาณที่มารับร่างกายบนโลกนี้ - เพราะเรารู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรหัวปี เป็นพี่ชายของเราทุกคน ทรงได้รับสิทธิอำนาจจากพระบิดาที่จะเป็นพระผู้ไถ่ และพระผู้ช่วยให้รอดของทุกจิตวิญญาณทั้งที่อยู่บนโลกนี้และในโลกแห่งวิญญาณ(หลังจากชีวิตนี้) - เพราะเรารู้จักและรักพระองค์ เราจึงปราถนาที่จะช่วยในงานของพระองค์ - เพราะเรารู้ว่ามีเพียงเส้นทางเดียวที่จะกลับไปสู่ที่ประทับของพระบิดา คือการดำเนินตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ จากศาสนจักรที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวของพระองค์ที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำด้วยพระองค์เองโดยผ่านผู้รับใช้ที่พระองค์ทรงเรียก - เพราะเราสัมผัสถึงสันติสุขจากการดำเนินชีวิตในเส้นทางนี้ และปราถนาให้ทุกคนได้สัมผัส - เพราะเรารู้ว่ามีผู้คนมากมายที่ยังไม่มีโอกาสรู้จักกับความจริงเหล่านี้ - เพราะเราปราถนาที่จะให้โลกนี้มีสันติสุขอย่างแท้จริง

ความหวังคืออะไรและคุณหวังอะไร

ความหวัง เป็นความปรารถนาของจิตวิญญาณที่สอดคล้องกับความปรารถนาของพระผู้เป็นเจ้า ความปรารถนาของจิตวิญญาณนี้อาจตรงกันข้ามกับความปรารถนาเพื่อเนื้อหนังที่ไม่สอดคล้องกับพระผู้เป็นเจ้า... เราเรียนรู้ว่าศรัทธาก่อให้เกิดความหวัง พูดอีกอย่างก็คือศรัทธานำไปสู่ความหวัง สิ่งที่เราสามารถหวังได้จากผลของศรัทธาที่มีให้ทั้งสันติสุขในโลกนี้และชีวิตนิรันดร์ในโลกที่จะมาถึง(หลังจากชีวิตนี้) ชีวิตในโลกนี้ เราหวังการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของมวลมนุษย์ เราหวังการมาปกครองแผ่นดินโลกของพระเยซูคริสต์โดยสิทธิพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าที่จะเปลียนแปลงวิถีของโลกนี้ เราหวังว่าเราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือในงานนี้ หลังจากชีวิตนี้ เราหวังจะได้อยู่กับพระบิดาบนสวรรค์ผู้ที่รักเรา ในสภาพของความเป็นอมตะ, ความเป็นครอบครัวเดียวกัน, ความบริบูรณ์แห่งรัศมีภาพของพระบิดา ความรู้แจ้ง คุณความดี ที่พระองค์มี, สันติสุขที่เป็นนิจนิรันดร์

โปรดอธิบายว่าการสวดอ้อนวอนมีบทบาทในชีวิตท่านอย่างไร

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างในการสวดอ้อนวอนเพื่อสนทนากับพระบิดาบนสวรรค์ ผมรู้ว่าพระองค์ยินดีและต้องการให้เราสวดอ้อนวอนด้วยความจริงใจถึงพระองค์บ่อย ๆ ระหว่างที่เรากำลังสวดอ้อนวอนถึงพระองค์เรากำลังเข้าใกล้พระองค์ เราสามารถสัมผัสถึงสันติสุขและความสงบสุขที่เกิดขึ้นภายในใจ ผมรู้สึกมั่นใจว่านั่นเป็นอิทธิพลแห่งรัศมีภาพของพระองค์ และรู้ว่าไม่มีวิธีอื่นใดที่จะทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์เกิดสันติสุขได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ โดยวิธีที่เรียบง่ายแต่จริงใจของการสวดอ้อนวอนถึงพระองค์ผู้เป็นบิดาของจิญญาณมนุษย์...ผมรู้ว่าการสวดอ้อนวอนไม่เพียงมีผลต่อผู้สวดโดยลำพังเท่านั้น เราสามารถสวดอ้อนวอนร่วมกันครอบครัว ในกลุ่มเพื่อนฝูง การสวดอ้อนวอนสามารถส่งผลต่อผู้อื่นได้เช่นกัน...เราสามารถสวดอ้อนวอนเพื่อขอบพระทัยพระองค์, เพื่อทูลขอความช่วยเหลือ, เพื่อได้รับสติปัญญาและการเปิดเผยที่จำเป็น เรายังสามารถสวดอ้อนวอนให้ศัตรูหรือผู้ที่ข่มเหงเราหรือผู้ที่มีความขุ่นเคืองใจ...

โปรดบอกเล่าความรู้สึก/ประจักษ์พยานของท่านเกี่ยวกับโจเซฟ สมิธ

เมื่อผมได้ยินเรื่องราวของโจเซฟสมิธครั้งแรก สมัยที่ท่านเป็นเด็กหนุ่มที่ต้องการรู้ว่าศาสนจักรใดเป็นศาสนจักรที่ถูกต้องที่ท่านควรเข้าร่วม จนถึงการที่ท่านได้รับคำตอบจากพระผู้เป้นเจ้าและพระเยซูคริสต์ ทำให้พอมองเห็นถึงศรัทธาที่มุ่งมั่นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นคนจริงจังในเรื่องของพระผู้เป็นเจ้า เป็นคนที่มีใจรักและอยากรู้จักความจริงของพระผู้เป็นเจ้ามาก...เมื่อท่านได้รับคำตอบที่เปิดเผยแก่ท่านจากพระบิดาและพระบุตร จนถึงการจัดตั้งศาสนจักรโดยผ่านการเปิดเผยที่มาสู่ท่าน ท่านเผชิญการต่อต้านและการข่มเหงมากมาย แต่ท่านยังคงยืนหยัดความจริงที่ท่านได้รับ ท่านแน่วแน่ต่อศรัทธาที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้าและพระบุตรของพระองค์ จนในที่สุดท่านได้สิ้นชีวิตลงจากฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ยอมจำนนที่จะปฏิเสธความจริงที่ท่านได้รับ... ผมรู้ว่าท่านเป็นศาสดาพยากรณ์ผู้ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกให้ฟื้นฟูศาสนจักรที่แท้จริงของพระองค์ขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาสุดท้ายนี้...พระคัมภีร์มอรมอนที่ท่านได้แปลเป็นพยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์ ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดจะสามารถเขียนความจริงที่เรียบง่ายขึ้นมาด้วยตัวเขาเอง นอกจากสิ่งนั้นจะได้รับการเปิดเผยจากพระผู้เป็นเจ้า...ศาสนจักรที่ท่านได้ฟื้นฟูขึ้นมา มีรูปแบบและสิทธิอำนาจในการดำเนินงานของฐานะปุโรหิต เช่นเดียวกับที่เคยเป็นอยู่ในสมัยโบราณ...สิ่งเหล่านี้ได้เป็นพยานยืนยันถึงความเป็นศาสดาพยากรณ์ของท่านที่พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกและเลือกท่าน.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยคุณอย่างไร

- ช่วยชี้ทางที่ถูกต้องที่พระบิดาบนสวรรค์ต้องการให้เราเดิน - ช่วยสอนความจริงที่เป็นนิรันดร์ ผ่านความคิดและความรู้สึก - ช่วยยืนยันความจริงที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า - ช่วยปลอบประโลมเมื่อเราทุกข์โศก - ช่วยให้เกิดสันติสุขภายในใจ - ช่วยเตือนเราเมื่ออันตรายใกล้เข้ามา - ช่วยให้เรามีพลังที่จะทำสิ่งที่ดีและถูกต้อง - ช่วยให้เราสามารถติดต่อกับพระบิดาบนสวรรค์ได้...

ลองนึกถึงการท้าทายในครอบครัวของท่านที่หลักธรรมพระกิตติคุณช่วยให้เอาชนะได้ไหม

มีอุปสรรคและการท้าทายอยู่เสมอในการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ รวมทั้งในครอบครัวที่มีความรักและความผูกพันกัน เมื่อได้รู้จักกับพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ทำให้เราเข้าใจถึงปัญหาและการท้าทายที่เกิดขึ้น มีอิทธิพลอยู่สองอย่างที่เราต้องเผชิญในช่วงในความเป็นมนุษย์เวลานี้ อิทธิพลหนึ่งชักจูงให้ทำสิ่งที่ดี, ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน, ให้อภัยกัน, คิดดีต่อกัน, อดทนต่อกันโดยหวังว่าจะสามารถกลับมาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน... อีกอิทธิพลหนึ่งชักจูงให้ทำสิ่งที่ตรงกันข้าม ทั้งสองอิทธิพลมีแหล่งที่มา แน่นอนว่าอิทธิพลอย่างแรกมาจากพระผู้เป็นเจ้า อีกอิทธิพลหนึ่งมาจากซาตาน อุปสรรคบางอย่างอาจนำเรื่องของเงินหรือปัจจัยที่คิดว่าจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตมาเป็นส่วนประกอบ บางครั้งอาจมองไปถึงเพื่อความรู้สึกมั่นใจในวันข้างหน้าว่าจะไม่ขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ ความคิดเหล่านี้เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อหลาย ๆ ครอบครัวที่มีรายได้น้อย...ผมรู้ว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งปวงรู้ปัญหาที่มนุษย์เผชิญอยู่ พระองค์ทรงมีวิถีทางที่จะช่วยจิตวิญญาณลูก ๆ ของพระองค์ มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่มนุษย์จะรู้สึกมั่นใจ และวางใจได้อย่างแท้จริงคือการดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระองค์ ส่วนสิบเป็นพระบัญญัติหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้เมื่อเรารักษาพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า เราจะรู้สึกมั่นใจและสามารถวางใจในพระองค์ได้อย่างสมบูรณ์สำหรับการท้าทายที่เราเผชิญอยู่ และมั่นใจแน่นอนจากคำสัญญาของพระองค์ ความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ในครอบครัว จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวไม่รู้สึกกังวลต่อการท้าทายที่เผชิญอยู่

วิธีที่ฉันดำเนินชีวิตตามความเชื่อ

มีคำแนะนำให้ : - มีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาผู้สถิตนิรันดร์ และพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ที่พระองค์ทรงใช้มา - กลับใจจากการทำบาปซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า - รับพิธีการที่จำเป็นสำหรับความรอดและความสูงส่ง รวมถึงการช่วยเหลือบรรพบุรุษให้ได้รับพิธีการเหล่านั้นเช่นกัน - สวดอ้อนวอนบ่อย ๆ - ไตร่ตรองพระคัมภีร์เป็นประจำ - ทำการสังสรรค์ครอบครัวเป็นประจำทุกเย็นวันจันทร์ - ไม่ทำงานในวันอาทิตย์และไปโบสถ์เพื่อต่อพันธสัญญาบัพติศมา และเรียนรู้เส้นทางของพระองค์ในชั้นเรียนต่าง ๆ - ทำการรับใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่จะเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ และพัฒนาตนเองที่จะเป็นเหมือนกับพระองค์มากยิ่งขึ้น เป็นการรับใช้อย่างเสียสละและไม่มีค่าจ้าง - นำหลักธรรมต่างๆที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่น - มีส่วนร่วมในงานพระวิหารบ่อย ๆ เท่าที่สามารถทำได้ หากฉันและครอบครัวยังคงดำเนินชีวิตตามคำแนะนำที่พระองค์ทรงให้บัญญัติไว้ผ่านศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ นั่นหมายถึงพวกเรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องของพระองค์ เรายังคงเพิ่มพูนซึ่งความรักและประจักษ์พยานที่มาจากพระองค์, เพิ่มพูนศรัทธาและความรู้ของพระองค์, เพิ่มพูนความมั่นใจและสันติสุขภายในใจ.. ซึ่งเส้นทางที่กล่าวถึงนี้มีจุดหมายปลายทางก็คือชีวิตนิรันดร์ เป็นชีวิตที่อยู่หลังจากชีวิตในเนื้อหนังที่เราได้รับอยู่ขณะนี้, เป็นชีวิตที่อยู่ร่วมกับพระบิดาบนสวรรค์ ได้รับความบริบูรณ์ของรัศมีภาพของพระองค์ในความรู้แจ้ง คุณความดี สิทธิพลังอำนาจของพระองค์, เป็นสภาพที่เป็นอมตะ, ไม่ต้องตายอีก, ไม่มีการเจ็บป่วย, ไม่มีความทุกข์ยาก, ไม่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมของโลกปัจจุบัน, อยู่ในสังคมที่มีอุดมการณ์เดียวกันของพระผู้เป็นเจ้า, ไม่มีการขัดแย้ง, อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุขที่แท้จริงในอาณาจักรสวรรค์ของพระองค์.