mormon.org ทั่วโลก
ผู้คนของเรา
ค่านิยมของเรา
ความเชื่อของเรา
เยี่ยมชมเรา
FAQ
.
อนุสรณ์   สุขเจริญ: มอรมอน.

สวัสดี ฉัน อนุสรณ์ สุขเจริญ

เกี่ยวกับฉัน

ผมเป็นคนชอบความสนุกสนาน ชอบทำตัวเองให้ตลก และชอบรอยยิ้ม ผมชอบสีน้ำตาล งานอดิเรกคือ เล่นเกมส์,ฟังเพลง,ดูหนัง,สร้างสรรค์งานในPhotoshop สมัยเรียนเป็นที่หนึ่งในห้องแล้วผมเป็นหัวหน้าห้อง และ ประธานนักเรียน และผมได้รับรางวัลหลายๆอย่าง และตอนนี้ผมก็กำลังทำงาน และทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนว่ามันจะดีไปหมด แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างที่ผมทำ มันไม่เคยทำให้ผมมีความสุขเลย เพราะคนในครอบไม่เคยยอมรับในตัวของผม ไม่ค่อยพูดคุยกับผม สิ่งเหล่านี้ไม่รู้เพราะอะไรจนทุกวันนี้ และเมื่อเข้ามาในศาสนจักรแห่งนี้ ผมได้รับการเติมเต็มทั้งทางจิตใจและจิตวิญญาณทำให้ผมได้รับความสุขที่แท้จริง ซึ่งผมตามหามาทั้งชีวิต ผมขอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่สมาชิกในศาสนจักรแห่งนี้ให้กับผม ขอบคุณสำหรับการนำทางของศาสดาพยากรณ์ ขอบคุณสำหรับความรักและความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า พระเยชูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอบคุณผู้สอนศาสนา ที่ทำให้ผมเข้าใจในทุกสิ่ง

เหตุใดฉันจึงเป็นมอรมอน

เหตุการณ์เริ่มต้นของผม เกิดขึ้นคือมีคนหนึ่งในFacebookที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนชวนไปที่โบสถ์ในวันอาทิตย์ และผมรับคำชวนนั้นเพราะว่าผมเป็นคริสต์คาทอลิกอยู่แล้วก็เลยไม่เต็มใจที่จะไปที่โบสถ์แ่ห่งนั้น และเมื่อไปถึงผมได้พบกับความงงแบบสุดขีด เพราะที่นั้นไม่มีบาทหลวงไม่รู้จะประพิธีการยังไง ผมทำตัวไม่ถูกเลย หลังเสร็จพิธีแล้วมีผู้สอนศาสนาสองคนมาทักทายพูดคุยกับผม ซึ่งผมเคยเห็นเขาปั่นจักรยานไปทั่วและทีแรกผมคิดว่าพวกเขามาเรียนหนังสือไม่งั้นก็คงมาทำงาน ซึ่งผมคิดผิด และพวกเขาก็เข้ามาและถามชื่อและเบอร์โทรศัพท์ผมไว้ เพราะผมรีบกลับ หลังจากนั้นเอลเดอร์ก็นัดเจอกันกับผมอีกครั้งที่บ้าน แล้วนั้นเราก็ได้มีโอพูดคุยกันจริงๆ ผมถามทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขาและเขาได้ให้คำตอบทุกอย่างเหมือนกัน และเขายังบอกอีกว่าเขากำลังจะจบ Mission แล้วในอีก 3-4 วันข้างหน้า มันทำให้ผมประทับใจมากในการเสียสละ เวลาเรียน เวลาที่จะอยู่กับครอบครัวของเขาที่จะมาทำงานของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในตอนนั้นเอง ผมมีความคิดอย่างเดียวคืออยากจะเป็นเหมือนกับพวกเขา "เป็นผู้สอนศาสนา" และเขาได้ให้หนังสือพระคำภีร์มอรมอนไว้กับผม ต่อมามีผู้สอนศาสนาอีกคนย้ายมาแทนเขา และนัดผมให้เจอกับพวกเขามากขึ้น และเหตุการณ์สำคัญได้เกิดขึ้นกับตัวผมนั้นก็คือ ในวันจันทร์ถัดมาผมได้รับเชิญได้ไปร่วมกิจกรรมการสังสรรค์ในครอบครัว และพบกับผู้คนในศาสนจักรแล้วก็เอลเดอร์ วันนั้นผมมีความสุกมาก สิ่งหนึ่งที่เอลเดอร์กล่าวแก่ผมคือ "ขอให้ผมสวดอ้อนวอนว่าศาสนจักรแห่งนี้เป็นความจริงไหม?" ซึ่งคืนนั้นผมได้ทำตาม และผมได้มีความฝันแปลกๆ นั้นก็คือ วันพิพากษา ในเห็นการณ์นั้นผมได้ยินเสียงกระซิบบอกจากพระผู้เป็นเจ้าถึงสถานที่ปลอดภัย และผมได้ไปประกาศให้ผู้คนรู้ถึงสิ่งนั้น แต่หลายคนไม่เชื่อ ผมจึงพาคนที่เชื่อไปตามพระบัญชา แล้วเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นจริงๆ และสิ่งที่ผมทำได้ในตอนนั้นก็คือมองดูผู้คนที่ไม่เชื่อตายไปต่อหน้าต่อตา เมื่อเหตุการณ์สงบลง ผมออกไปตามหาผู้รอดชีวิต และเดินทางกลับไปหาครอบครัวเพื่อหวังว่าจะรับพวกเขา แต่มันก็สายเกินไปพวกเขาตาย แล้วขณะนั้นก็มีหมอกแห่งความมืดสีดำกำลังกลืนกินพวกเขา ซึ่งในตอนนั้นใจของผมได้แตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะช่วยพวกเขาไม่ได้และผมร้องไห้จนแทบขาดใจและตื่นจากฝันนั้น เหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้ว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงเสียพระทัยมากเช่นกันที่ช่วยบุตรธิดาของพระองค์ไว้ไม่ได้

วิธีที่ฉันดำเนินชีวิตตามความเชื่อ

-ผมดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณ -ผมได้รับการเรียกให้รับใช้ในการประกอบพิธีการศิลระลึก -ผมได้ช่วยเหลือ เอลเดอร์ ในการนัดสอนผู้สนใจใหม่และผมชอบสิ่งนี้มาก -ผมชอบแนะนำเพื่อนหรือผู้คน ในการเรียนรู้พระกิตติคุณ และตอนนี้เป้าหมายหลักในชีวิตผมได้เปลี่ยนไปเพราะผมต้องการเป็นผู้สอนศาสนา เพราะเหตุการณ์หลายๆอย่างทำให้ผมอยากที่จะรับใช้พระองค์ เป็นผู้ตามหาลูกแกะ และบำรุงเลี้ยงดูแกะของพระองค์และนำกลับมาสู่คอกของพระองค์ ซึ่งความหมายนี้มีอยู่ใน (ยน. 21:15-17 ) “รักเรา จงเลี้ยงแกะของเรา”