mormon.org ทั่วโลก
ผู้คนของเรา
ค่านิยมของเรา
ความเชื่อของเรา
เยี่ยมชมเรา
FAQ
.

การเป็นมอรมอนเป็นอย่างไร

คำตอบอย่างเป็นทางการ

เหตุผลสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการอยู่บนโลกนี้คือ “มีปิติ” (2 นีไฟ 2:25) การสวดอ้อนวอนส่วนตัว การศึกษาพระคัมภีร์ และการเข้าโบสถ์ช่วยให้เราเข้าใจดีขึ้นว่าหนทางดีที่สุดของการพบปีติและความสุขในชีวิตนี้คือการรู้เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระบิดาบนสวรรค์ของเรา พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ และพยายามรักษา “ธรรมบัญญัติ” ของพระผู้เป็นเจ้า (สุภาษิต 29:18)

ครอบครัวเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในแผนของพระผู้เป็นเจ้าและการดำเนินชีวิตส่วนใหญ่ของเรามุ่งเน้นครอบครัว เราต้องการแบ่งปันความสุขที่เราได้รับกับทุกคนโดยผ่านการรับใช้ งานเผยแผ่ศาสนา และการทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม

  • ในฐานะสมาชิกศาสนจักร สมาชิกแต่ละคนแสวงหาการเติบโตและความเข้าใจทางวิญญาณอย่างจริงจังผ่านการศึกษาส่วนตัวและร่วมกับผู้อื่น การศึกษาเหล่านี้จะนำมาซึ่งสันติสุขและให้จุดประสงค์ของชีวิตทั้งในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวเมื่อบวกกับการพิจารณาไตร่ตรองด้วยการสวดอ้อนวอนเกี่ยวกับธรรมชาตินิรันดร์และสัมพันธภาพกับพระผู้เป็นเจ้า นี่คือศาสนาของการมีส่วนร่วม ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับค่าจ้าง ดังนั้นตำแหน่งการรับใช้และตำแหน่งผู้นำเต็มจึงไปด้วยอาสาสมัคร การพึ่งพาซึ่งกันและกันเช่นนี้สร้างชุมชนที่มีชีวิตชีวา และความต้องการของแต่ละคนได้รับการดูแล การดำเนินชีวิตตามหลักคำสอนและพระบัญญัติในความเชื่อของชาวมอรมอนทำให้บุคคลหนึ่งแตกต่างออกไป - เช่น การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารกระตุ้น และการปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในสังคมซึ่งอาจเป็นเรื่องท้าทายส่วนตัวและทางสังคมได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ใดมีความจริงใจที่จะยืดถือปฏิบัติหลักธรรมเหล่านี้และยังคงเคารพการเลือกของผู้อื่นด้วยความนอบน้อม ผู้นั้นย่อมรู้สึกได้ชัดเจนถึงความสมดุลอันคุ้มค่า สมาชิกได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของพวกเขาตาม “เจตนารมณ์ของพระบัญญัติ” มิใช่ตาม “ตัวหนังสือ” ครอบครัวทั้งหลายซึ่งถือว่ามีลักษณะเป็นนิรันดร์โดยธรรมชาติ ประกอบไปด้วยคนโสดที่ยังไม่แต่งงาน แม่ม่ายและพ่อม่าย บิดามารดาตัวคนเดียว คู่สมรสที่มีลูกเป็นผู้ใหญ่แล้ว รวมถึงครอบครัวใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้น ทุก ๆ ครอบครัวมีค่ายิ่งและได้รับความสำคัญเป็นพิเศษจากผู้นำและองค์การช่วยทั่วไป แสดงเพิ่มเติม

  • นี่คือคำมั่นสัญญาอันใหญ่หลวง – ใช้เวลามากและใช้ความอุตสาหะอย่างมาก ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งพรสำคัญที่สุดที่มีให้เรา แสดงเพิ่มเติม

  • การเป็นมอรมอนคือการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่สนับสนุนกัน รักกัน และมีพรสวรรค์ ผู้ที่เป็นหนึ่งเดียวกันในเป้าหมายเดียวกัน--นั่นก็คือการช่วยเหลือกันให้เป็นคนดีขึ้น! ด้วยศูนย์กลางที่มีพื้นฐานอยู่บนศรัทธาในพระคริสต์ เราดำเนินชีวิตในโลกแต่เราพยายามไม่เป็นของโลกให้มากนัก ศาสนจักรเป็นเพียงองค์กรที่พยายามช่วยเราปรับปรุงอุปนิสัยและชีวิตของเราทุก ๆ วัน บ่อยครั้งผมรู้สึกทึ่งกับข้อเท็จจริงที่ว่าผมมีเครือข่ายผู้คนทุกที่ทั่วโลกซึ่งติดต่อกันได้ทันที ผู้ซึ่งไม่เพียงจะช่วยเมื่อผมต้องการความช่วยเหลือ แต่ยินดีที่จะช่วยเช่นกัน เครือข่ายวิทยาลัยธุรกิจแสตนฟอร์ดของผมนั้นดีเยี่ยม ผมเป็นสมาชิกองค์กร Young President ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วโลก แต่เครือข่ายอันเป็นเลิศเหล่านี้ก็เทียบไม่ได้เลยกับความรักและการสนับสนุนที่ผมรู้สึกได้จากสมาชิกศาสนจักร ผมไม่เชื่อว่าจะมีองค์กรใดบนโลกแบบนี้อีก และผมก็ไม่สงสัยด้วยว่าความสนใจร่วมกันในการทำความดี การปฏิบัติตามพระผู้ช่วยให้รอด การเป็นคนดีขึ้นวันละนิดทุก ๆ วัน จะนำคุณไปสู่ความรู้สึกที่ไม่น่าเชื่อและหาได้ยากจริง ๆ ว่าคุณจะไม่มีวันโดดเดี่ยว และแน่นอนการเป็นมอรมอนหมายถึงการที่ผมมีโอกาสที่จะรู้สึกอย่างแท้จริงถึงความรักของพระผู้ช่วยให้รอด ที่จะเชื่อในพระองค์และการชดใช้ของพระองค์ และที่จะทำงานทุกวันเพื่อบรรลุจุดประสงค์ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงวางไว้สำหรับชีวิตผม แสดงเพิ่มเติม

  • คนมากมายที่ผมพบในวงการกีฬาภูเขาบอกผมว่าพวกเขานับถือภูเขาเป็นศาสนา และบอกว่าพวกเขาต่อต้าน “ศาสนาที่จัดตั้งเป็นองค์กร” และมักคิดว่าศาสนาเหล่านั้นเคร่งเกินไป ผมรู้สึกใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้าในภูเขาเช่นกัน แต่มักมีคนถามผมว่า “ผิดตรงไหนถ้าจะทำแต่สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข” “ทำไมต้องมีกฎเกณฑ์มากมาย” “คุณมีความสุขกับข้อจำกัดพวกนั้นได้อย่างไร” นั่นเคยเป็นคำถามที่ผมตอบได้ยาก ผมเชื่อว่าเราควรมีความสุข ผมเพิ่งตระหนักว่าผมกำลังดำเนินชีวิตตามความเชื่อเหล่านั้นนั่นแหละ ผมกำลังทำสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข ผมรักพระกิตติคุณนี้! พระกิตติคุณทำให้ชีวิตผมเปี่ยมด้วยปีติ ให้พลังความเข้มแข็ง และดึงผมลุกขึ้นเมื่อผมล้มลง ผมดำเนินชีวิตตามทางที่ทำให้ผมมีความสุข พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบธรรมชาติของเรา ทรงทราบว่าอะไรจะทำให้เราเกิดปีติสูงสุด เราสามารถใช้ทั้งชีวิตมองหาความสุขตามวิธีของเราหรือจะใช้ทางลัดไปหาความสุขที่แท้จริงโดยทำตามคำสอนและกฎของพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ ผมไม่เคยพบใครมีความสุขมากขึ้นเพราะดำเนินชีวิตขัดกับพระกิตติคุณ! กฎของพระผู้เป็นเจ้าแค่จำกัดไม่ให้เราทำร้ายตนเองและผู้อื่น ตกเป็นทาสการเสพติด และหลงแนวทางจากความสุขแท้จริงไปมองหาในที่ซึ่งไม่เคยให้ปีติอันยั่งยืนและแท้จริง คำถามไม่ใช่ว่า “เราควรทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขไหม” แต่ “อะไรคือความสุขแท้จริงและอะไรทำให้เรามีความสุขที่สุด” ผมรู้สึกเหมือนมีคำตอบของทั้งสองคำถามและนั่นทำให้สบายใจและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน! แสดงเพิ่มเติม

ไม่พบผลการค้นหา