mormon.org ทั่วโลก
ผู้คนของเรา
ค่านิยมของเรา
ความเชื่อของเรา
เยี่ยมชมเรา
FAQ
.

แผนแห่งความสุข
ของพระผู้เป็นเจ้า

“ฉันมาจากไหนและเพราะเหตุใด”

ชีวิตท่านไม่ได้เริ่มต้นที่การเกิดและจะไม่สิ้นสุดที่ความตาย ก่อนมายังโลกนี้วิญญาณท่านอยู่กับพระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงสร้างท่าน ท่านรู้จักพระองค์ พระองค์ทรงรู้จักและรักท่าน ระหว่างนั้นเป็นเวลาที่มีความสุขซึ่งท่านได้รับการสอนเรื่องแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้าและเส้นทางสู่ปีติแท้จริง แต่เฉกเช่นพวกเราส่วนใหญ่จากบ้านและบิดามารดาเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบว่าท่านต้องทำเช่นเดียวกัน พระองค์ทรงทราบว่าท่านจะไม่ก้าวหน้าเว้นแต่ท่านต้องจากมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง พระองค์จึงทรงยอมให้ท่านมายังแผ่นดินโลกเพื่อประสบปีติ—และความเจ็บปวด—ของร่างกาย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตนี้ยากในบางครั้งคือเราอยู่นอกที่ประทับทางกายภาพของพระผู้เป็นเจ้า ไม่เพียงเท่านั้น เรายังจำชีวิตก่อนเกิดไม่ได้ซึ่งหมายความว่าเราต้องทำงานด้วยศรัทธาไม่ใช่การมองเห็น พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ตรัสว่าชีวิตจะง่าย แต่ทรงสัญญาว่าพระวิญญาณของพระองค์จะอยู่ที่นั่นเมื่อเราต้องการพระองค์ เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในการเดินทางของเราแม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกเช่นนั้น

แผนของพระผู้เป็นเจ้าสำหรับท่าน

นั่นมิได้หมายความว่าพระองค์ทรงคาดหวังให้ท่านดีพร้อม พระองค์ทรงทราบว่าท่านจะไม่ดีพร้อม แต่พระองค์ทรงคาดหวังว่าขณะอยู่บนโลกนี้ท่านจะพยายามสุดความสามารถเพื่อให้เป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น ท่านเรียนรู้และเติบโตจากความผิดพลาดของท่าน ทุกครั้งที่ท่านเลือกไม่ดีพร้อมกับผลอันเจ็บปวด การตัดสินใจนั้นย่อมนำไปสู่ความทุกข์—ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นทันที บางครั้งอีกนานหลังจากนั้น ในทำนองเดียวกันการเลือกที่ดีนำไปสู่ความสุขในท้ายที่สุดและช่วยให้ท่านเป็นเหมือนพระบิดาบนสวรรค์มากขึ้น

ได้รับร่างกายของเรา

เฉกเช่นพระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างแผ่นดินโลกไว้เป็นสถานที่ให้ท่านดำเนินชีวิตและรับประสบการณ์ พระองค์ทรงสร้างท่านเช่นกัน ประทานร่างกายเป็นเนื้อหนังและกระดูกตามลักษณะเหมือนพระวรกายอันทรงรัศมีภาพของพระองค์ ในพันธสัญญาเดิมพระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาตามอย่างของเรา” (ปฐมกาล 1:26) ยาโคบประกาศว่าท่านเห็น “พระพักตร์” พระผู้เป็นเจ้า (ปฐมกาล 32:30) โมเสสพูดกับพระผู้เป็นเจ้า “สองต่อสอง เหมือนมิตรสหายสนทนากัน” (อพยพ 33:11) ในพันธสัญญาใหม่ เมื่อพระคริสต์ผู้ฟื้นคืนพระชนม์ทรงปรากฏต่ออัครสาวกของพระองค์ พระองค์รับสั่งกับท่านเหล่านั้นว่า “จงดูมือของเราและเท้าของเราว่าเป็นเราเอง จงคลำตัวเราดู เพราะว่าผีไม่มีเนื้อและกระดูกเหมือนท่านเห็นเรามีอยู่นั้น” (ลูกา 24:39)

อาดัมและเอวามอบของประทานแห่งการเลือกให้เรา

ในฐานะบุตรธิดาคนแรกของพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลก อาดัมและเอวามีชีวิตอยู่ในสวนสวรรค์ พวกเขาไม่รู้สึกเสียใจหรือเจ็บปวด ซึ่งอาจดูเหมือนดี เว้นแต่เพียงว่าหากปราศจากสิ่งนี้ พวกเขาย่อมรู้สึกปีติไม่ได้เช่นกัน ทั้งคู่จำชีวิตก่อนเกิดไม่ได้ ถ้าพวกเขาไม่กินผลไม้ต้องห้าม ก็คงได้อยู่อย่างนั้นตลอดไปและไม่มีลูก มนุษยชาติจะไม่ได้เกิดมาหรือโลกจะไม่มีประชากร

เท่าที่เรารู้ อาดัมกับเอวายอมตามการล่อลวงของมารให้กินผลไม้และไม่เชื่อฟังพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงบัญชาว่าอย่ากินจากต้นไม้แห่งความรู้ถึงความดีและความชั่ว จึงถูกแยกจากที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้าทางร่างกายและทางวิญญาณ—อันเป็นเหตุการณ์ที่เราเรียกว่าการตก ทั้งคู่เป็นมนุษย์—เช่นเดียวกับเรา อยู่ใต้อาณัติของบาป โรคภัย ความทุกข์เวทนาทุกรูปแบบ และสุดท้ายคือความตาย แต่ใช่ว่าจะไม่ดีไปทั้งหมดเพราะเวลานี้พวกเขารู้สึกได้ถึงปีติอันใหญ่หลวง “อาดัมตกเพื่อมนุษย์จะเป็นอยู่; และมนุษย์เป็นอยู่, เพื่อพวกเขาจะมีปีติ.” (2 นีไฟ 2:25) แต่เมื่ออาดัมกับเอวาเชื่อฟังพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ พวกเขาสามารถรับการดลใจจากพระผู้เป็นเจ้า การเปิดเผย และแม้กระทั่งการเยือนจากทูตสวรรค์ได้

ทันทีที่ออกจากสวน พวกเขาสามารถเจริญก้าวหน้าและเรียนรู้ที่จะเป็นเหมือนพระบิดาบนสวรรค์ของเรามากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถมีบุตรได้ด้วย ซึ่งหมายความว่าลูกทางวิญญาณที่เหลือของพระผู้เป็นเจ้า (เราทุกคน) สามารถมายังแผ่นดินโลก รับร่างกาย และได้รับการพิสูจน์โดยการเลือกในแต่ละวันของเรา เฉกเช่นอาดัมกับเอวา การเลือกทั้งหมดของเรามีผลตามมา ไม่ว่าดีหรือชั่ว ความสุขอันยั่งยืนและความเจริญก้าวหน้าเกิดจากการเลือกทำสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้เราทำ คำสำคัญคือ “เลือก” โดยทั่วไปพระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงก้าวเข้ามาขวางทางเราจากการเลือกไม่ดีที่ซาตานพยายามล่อลวงเราให้ทำ อย่างไรก็ดี พระองค์จะทรงมอบความรัก การนำทาง และพระดำรัสเตือนให้เราเมื่อเราเปิดใจรับพระองค์

เคล็ดลับของความสุข

เรามักติดกับดักของความคิดที่ว่ารถยนต์คันใหม่ การเลื่อนตำแหน่ง การเสริมความงาม หรือชื่อเสียงในระดับหนึ่งจะทำให้เรามีความสุข บ่อยครั้งสิ่งเหล่านั้นทำให้เรามีความสุข—ชั่วเวลาหนึ่ง แต่ไม่ยั่งยืน เพราะความมั่งคั่ง อำนาจ ความสวยงาม และชื่อเสียงไม่นำความสุขอันยั่งยืนมาให้เรามากเท่าที่เราปรารถนา ความสุขแท้จริงเกิดจากการทำตามแบบอย่างของพระคริสต์ และการพัฒนาคุณลักษณะเหมือนพระผู้เป็นเจ้า อาทิ ความดี ความรัก ความยุติธรรม และความเมตตา เกิดจากการรับใช้ผู้อื่นและช่วยให้พวกเขาทำตามแบบอย่างและคำสอนของพระเยซูคริสต์ เกิดจากการเอาชนะความอยากของร่างกายมนุษย์และทำตามการกระตุ้นเตือนของพระวิญญาณแทน เกิดจากการทำงานขยันขันแข็งและมีวิถีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ มีมิตรสหาย ครอบครัว และความสำเร็จส่วนตัว ไม่ว่าท่านจะมีหรือไม่มีอะไรในชีวิตนี้ ความสุขลึกซึ้งที่สุดและยั่งยืนที่สุดของท่านจะเกิดจากการรู้จักแผนของพระผู้เป็นเจ้าและทำตามนั้น

เมื่อเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น

เราเจ็บป่วย คนที่เรารักเสียชีวิต เราสูญเสียงานหรือบ้าน คู่ครองของเราไม่ซื่อสัตย์ จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่าเหตุใดพระผู้เป็นเจ้าจึงทรงยอมให้เราทนทุกข์มากขนาดนั้น รู้ไว้เถิดว่าแม้พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงยินดีในความทุกข์เวทนาหรือความยุ่งยากทั้งหลายของท่านไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด แต่นั่นจะทำให้ท่านใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นและแม้ทำให้ท่านเข้มแข็งขึ้นถ้าท่านอดทนอย่างซื่อสัตย์ (2 นีไฟ 2:2, วิวรณ์ 3:19)

ขอให้ท่านสบายใจที่ได้รู้ว่าพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงทนทุกข์สิ่งทั้งปวง พระองค์เข้าพระทัยความเจ็บปวดของท่านและสามารถช่วยท่านผ่านการทดลองของท่านได้ เมื่อท่านมีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าและแผนของพระองค์ ท่านมั่นใจได้ว่ามีจุดประสงค์สำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านบนโลกนี้ เวลาของเราที่นี่สั้นนักเมื่อเทียบกับชีวิตนิรันดร์ของเรา ดังที่พระเจ้ารับสั่งกับโจเซฟ สมิธในช่วงของความทุกข์แสนสาหัสว่า

การรับมือกับเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ นานา สามารถทำให้ท่านเข้มแข็งขึ้นและมีความกรุณาต่อผู้อื่นมากขึ้น ช่วยให้ท่านเรียนรู้ เติบโต และต้องการรับใช้ผู้อื่น การจัดการกับความยากลำบากเป็นวิธีหลักวิธีหนึ่งที่ทดสอบและสอนท่านในชีวิตบนโลกนี้ พระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงรักเราทรงสามารถชดเชยความอยุติธรรมที่เราอาจต้องอดทนในชีวิตมรรตัยนี้ ถ้าเราอดทนอย่างซื่อสัตย์พระองค์ย่อมประทานรางวัลแก่เราเกินกว่าเราจะเข้าใจได้ในชีวิตที่จะมาถึง (1 โครินธ์ 2:9) น่าแปลกที่ด้วยความช่วยเหลือของพระผู้เป็นเจ้าท่านสามารถประสบปีติได้แม้ในช่วงเวลาของการทดลอง และเผชิญความท้าทายของชีวิตด้วยวิญญาณแห่งสันติสุข

สิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงทำเพื่อท่าน

พระยซูคริสต์ทรงทนทุกข์เพื่อเรา 02:21

ความผิดพลาดของท่านอาจเป็นเรื่องทั่วไปเช่นทำร้ายความรู้สึกของเพื่อน หรือทำบาปร้ายแรงกว่านั้น การเห็นความเจ็บปวดที่เราก่อและรู้สึกเศร้าหมองเพราะสำนึกได้ ความละอายใจและรู้สึกผิดบางครั้งอาจมากล้นและทำให้ใจแหลกสลาย เราสงสัยว่าเราจะสามารถเอาชนะความผิดพลาดและรู้สึกถึงสันติสุขจากการได้รับยกโทษหรือไม่ เราเอาชนะได้แน่นอนเนื่องด้วยการชดใช้ของพระเยซูคริสต์และกระบวนการกลับใจ เราสามารถสารภาพบาปต่อพระผู้เป็นเจ้าและขอการให้อภัย พระองค์ทรงสัญญาว่าพระองค์จะ “ไม่จำมันอีก” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 58:42) สิ่งนี้บังเกิดผลเพราะพระบิดาบนสวรรค์ทรงส่งพระบุตรของพระองค์พระเยซูคริสต์มาทนทุกข์โดยสมัครใจพร้อมกับชำระราคาค่าบาปและความเสียใจของเราโดยทรงชดใช้ด้วยพระองค์เอง เราไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าพระเยซูทรงทนทุกข์เพื่อบาปของเราอย่างไร แต่เรารู้ว่าในสวนเกทเสมนี น้ำหนักบาปของเราทำให้พระองค์ได้รับความเจ็บปวดรวดร้าวจนพระโลหิตออกจากทุกขุมขน (ลูกา 22:39-44) ต่อมา ขณะถูกตรึงบนกางเขน พระเยซูทรงทนรับความตายอันแสนเจ็บปวดด้วยวิธีโหดร้ายที่สุดวิธีหนึ่งเท่าที่รู้กันมา (แอลมา 7:11)

แต่ความปวดร้าวทางใจและทางวิญญาณของพระองค์มากเกินความเจ็บปวดบนกางเขน พระผู้ช่วยให้รอดรับสั่งกับเราว่า "เพราะดูเถิด, เรา … ทนทุกข์กับสิ่งเหล่านี้เพื่อทุกคน, เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ทนทุกข์ … แม้ดังเรา” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 19:16–17)

นอกจากทูลขอการให้อภัยจากพระผู้เป็นเจ้าแล้ว พระองค์ทรงต้องการให้เราขออภัยจากคนที่เราทำร้ายด้วย ดูว่าเราจะชดเชยความเสียหายได้หรือไม่ และสัญญาว่าจะไม่ทำผิดแบบเดิมอีก จากนั้นเราจะรู้สึกถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้าตลอดจนสันติสุขและปีติอันเหลือเชื่อที่เกิดจากการให้อภัยโดยสมบูรณ์

เพื่อทำให้การชดใช้ของพระองค์เกิดประสิทธิผลเต็มที่ในชีวิตท่าน ท่านต้องทำดังนี้

  • ใช้ศรัทธาในพระองค์
  • กลับใจ
  • รับบัพติศมา
  • รับพระวิญญาณบริสุทธิ์
  • เลือกทำตามคำสอนของพระองค์ตลอดชีวิตที่เหลือของท่าน

“เกิดอะไรขึ้นเมื่อฉันตาย”

นึกภาพท่านสวมถุงมือ ถุงมือขยับก็ต่อเมื่อมือท่านขยับ ดึงมือออกและถุงมือวางไร้ชีวิตอยู่บนโต๊ะ นี่เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อท่านตาย ลองนึกว่าร่างกายท่านเป็นถุงมือที่ทำงานด้วยตัวตนจริงๆ ของท่าน—ซึ่งก็คือวิญญาณ เมื่อท่านตายร่างกายถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ไร้ชีวิตเหมือนถุงมือ แต่วิญญาณท่านมีชีวิตตลอดกาล

พระคัมภีร์และเรื่องราวส่วนตัวนับไม่ถ้วนโดยศาสดาพยากรณ์ตลอดทุกยุคสมัยบอกเราว่านี่เป็นความจริง

เมื่อท่านเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง—คนที่สูญเสียเพื่อนหรือบุคคลที่ท่านรัก—ความเจ็บปวดของการสูญเสียนั้นจริงแท้แน่นอน แต่มีการปลอบโยนอย่างมากที่รู้ว่าท่านจะได้พบเขาอีกครั้ง และเนื่องด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ ณ จุดหนึ่งวิญญาณกับร่างกายของเราจะรวมกัน (ฟื้นคืนชีวิต) และสมบูรณ์แบบโดยไม่แยกจากกันอีกเลย

ความเป็นอมตะ—ของประทานประเสริฐสุดประการหนึ่งของพระผู้เป็นเจ้า

เราส่วนใหญ่อาจจะบอกว่าอยากมีชีวิตตลอดกาล นั่นคือสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่เราแต่ละคนเมื่อพระองค์ทรงส่งพระบุตรของพระองค์พระเยซูคริสต์มายังแผ่นดินโลกเพื่อสิ้นพระชนม์แทนเราและชดใช้บาปของเรา นั่นเรียกว่าการฟื้นคืนชีวิตและทุกคนที่เกิดมาบนแผ่นดินโลก แม้แต่คนชั่ว ก็จะได้รับของประทานแห่งความเป็นอมตะ (1 โครินธ์ 15:22)

ในวันที่สามหลังจากการตรึงกางเขน พระเยซูคริสต์ทรงเป็นบุคคลแรกที่ฟื้นคืนชีวิต วิญญาณของพระองค์รวมกับพระวรกายที่สมบูรณ์แบบพร้อมด้วยรัศมีภาพและพระองค์จะไม่สิ้นพระชนม์อีก เมื่อพระสหายของพระคริสต์ไปเยี่ยมอุโมงค์พระศพ เหล่าเทพกล่าวว่า “พระองค์หาได้ประทับอยู่ที่นี่ไม่ ทรงเป็นขึ้นมาแล้วตามซึ่งพระองค์ได้ตรัสไว้นั้น" (มัทธิว 28:6)

“ฉันจะไปสวรรค์หรือไม่”

ใช่! พระผู้เป็นเจ้าจะทรงพิพากษาทุกคนอย่างยุติธรรมและประทานรางวัลแก่พวกเขาอย่างเหมาะสมด้วยสถานที่แห่งหนึ่งในอาณาจักรของพระองค์